Biostimulator vs Filler: เลือกอะไรให้เหมาะกับใบหน้าเรา?
คำถามยอดฮิตในคลินิกความงาม
หลายคนอาจสงสัยว่า…ควรเลือก Filler หรือ Biostimulator ดี?
คำตอบอยู่ที่ “เป้าหมายการดูแลผิว” และ “สภาพใบหน้าของแต่ละคน” ซึ่งแตกต่างกันอย่างมาก
บทความนี้จะช่วยแยกความต่าง และแนะนำแนวทางเลือกให้ตรงกับตัวคุณที่สุด
Filler คืออะไร?

บริเวณยอดฮิตในการฉีดโปรแกรม Filler เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูละมุน สดใส และสมดุลมากขึ้น
ภาพนี้แสดงจุดหลักที่นิยมใช้ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง ขมับ และกรอบหน้า
ประเมินโดยแพทย์ SEVENTINn โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
Filler (HA – Hyaluronic Acid) คือสารเติมเต็มที่ช่วยแก้ปัญหา:
- ร่องลึก (ใต้ตา ร่องแก้ม)
- เติมคาง ปรับรูปหน้า
- เพิ่มวอลุ่มริมฝีปากหรือแก้ม
ผลลัพธ์: เห็นผลทันที อยู่ได้นาน 8–18 เดือน
จุดเด่น: เน้น “ปรับรูปหน้า” และ “เติมเต็มทันที” ได้อย่างแม่นยำ
Biostimulator คืออะไร?

สาร Biostimulator ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว (Neocollagenesis)
เสริมความกระชับ ยืดหยุ่น และเพิ่มความชุ่มชื้นจากโครงสร้างผิวภายใน
จากการศึกษาใน Journal of Drugs in Dermatology (2019)
พบว่า Biostimulator สามารถเพิ่มคอลลาเจน Type I และ III ได้จริงในระยะ 4–12 สัปดาห์
ผลลัพธ์: ฟื้นฟูแบบธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า
Biostimulator คือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว
ไม่ได้เติมเต็มทันที แต่เน้นกระตุ้นให้ผิว ฟื้นฟูตัวเองในระยะยาว
เหมาะสำหรับ:
- คนที่ต้องการผิวกระชับ ยืดหยุ่น
- ฟื้นฟูผิวหน้าแบบธรรมชาติ
- รักษาโครงสร้างผิว ไม่เน้นเปลี่ยนรูปหน้า
ผลลัพธ์: ค่อย ๆ ดีขึ้นใน 4–8 สัปดาห์ อยู่ได้นาน 12 เดือนขึ้นไป
